ในขณะที่การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ค่อนข้างต่ำ ทำให้ผู้บริโภคหันไปใช้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลจำนวนมาก หากต้องการให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้รถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ gasohol รัฐบาลควรจะให้ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 3-4 บาท ดังนั้น การอุดหนุนและชดเชยราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน ควรจะทำสำหรับเฉพาะบางผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเท่านั้น และสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพง และไม่สามารถปรับตัวระยะสั้นได้ แต่ควรใช้มาตรการช่วยเหลือแบบชั่วคราวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ส่วนก๊าซหุงต้มนั้น ราคาขายปลีกถูกควบคุมมาตลอด เป็นเหตุจูงใจให้ผู้ใช้รถยนต์หันมาใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ gasohol มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ควรปล่อยให้มีการลอยตัวขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างของน้ำมันและก๊าซหุงต้มลดลงมาก จนทำให้ไม่คุ้มที่จะไปลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ไปใช้ก๊าซหุงต้มในรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันมีการตรึงราคาไว้ที่ 333 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ถือเป็นราคาที่ต่ำเกินไป หากภาครัฐจะปล่อยลอยตัวราคา LPG ควรจะนำราคาหน้าโรงกลั่น ราคาหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และราคานำเข้า LPG มาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการผลิต เพื่อให้ได้ราคาฐานที่สะท้อนถึงต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในตลาดของไทยอย่างแท้จริง และราคา LPG ที่ปรับขึ้นไป ก็ควรจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการชดเชยราคาให้ ไม่ว่าจะในรูปแบบเงินสด หรือคูปอง ที่คาดว่าจะมีประมาณ 10 ล้านครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นถกเถียงว่า ภาครัฐของไทยปกปิดข้อมูลแหล่งพลังงานของประเทศไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทั้งบนบก และในทะเล รวมทั้งการระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่ง ที่มีการส่งออกพลังงานเป็นจำนวนมาก แต่คนไทยเองกลับต้องใช้พลังงานในราคาแพง
จากเหตุผลทั้งด้านโครงสร้างพลังงานที่เหมาะสม แหล่งพลังงานของประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมากจริงหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงทำไมคนไทยยังต้องจ่ายค่าพลังงานในราคาที่แพงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ไตรภาคีสมาคม (stakeholders) ซึ่งประกอบด้วย สมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย สถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภคและสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคไทย จึงจะได้ร่วมกันจัดเวทีสาธารณะเพื่อผู้บริโภค เรื่อง "เจาะลึกราคาพลังงานที่แท้จริงของคนไทยในวันนี้ และอนาคต" เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้ ค้นหาคำตอบอันแท้จริงเกี่ยวกับราคาพลังงานที่เหมาะสม ที่คนไทยสมควรจ่ายทั้งในวันนี้ และอนาคต โดยเป็นโครงสร้างราคาพลังงานที่สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงและคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์มากที่สุด
2. วัตถุประสงค์
1) เพื่อเป็นเวทีให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทุกภาคส่วนของสังคมไทย ได้ร่วมกันค้นหาคำตอบอันแท้จริงเกี่ยวกับราคาพลังงานที่เหมาะสม ที่คนไทยสมควรจ่ายทั้งในวันนี้ และอนาคต โดยเป็นโครงสร้างราคาพลังงานที่สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงและคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์มากที่สุด
2) เพื่อจัดทำเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจอันแท้จริงเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน
3. เป้าหมาย
3.1 เชิงปริมาณ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งประกอบด้วยผู้บริโภค นักวิชาการด้านพลังงาน ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ผู้ประกอบการด้านพลังงาน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 200 คนต่อเวที รวม 4 ภูมิภาค รวมผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้น 800 คน
3.2 เชิงคุณภาพ ได้รับข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความเห็นและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์จากผู้เข้าร่วมสัมมนาในการเพื่อนำไปสู่การจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจอันแท้จริงเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน
4. ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างเดือน มกราคม-มีนาคม พ.ศ. 2556 โดยมีกำหนดการจัดสัมมนา ดังนี้
1) ภาคกลาง วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 8.30-14.00 น.
2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 8.30-14.00 น.
3) ภาคเหนือ วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2556 เวลา 8.30-14.00 น.
4) ภาคใต้ วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2556 เวลา 8.30-14.00 น.
5. สถานที่จัดสัมมนา ในเวที 4 ภูมิภาค ดังนี้
1) ส่วนกลางและปริมณฑล ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ
2) ภาคอีสาน (อุดรธานี) ณ โรงแรม เซ็นทาราและคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
3) ภาคเหนือ (เชียงราย) ณ โรงแรม ดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท
4) ภาคใต้ (อ.หาดใหญ่-สงขลา) ณ โรงแรม เซ็นธารา หาดใหญ่ จ.สงขลา
(วันเวลา สถานที่ สามารถสลับปรับเปลี่ยน ในแต่ละภาคได้ตามสถานการณ์ความเหมาะสม)
6. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1) ทำให้ภาคประชาชน และทุกภาคส่วนของสังคมไทยที่เกี่ยวข้อง มีความเข้าใจถูกต้อง ตรงกันกับราคาพลังงานที่เหมาะสม ที่คนไทยสมควรจ่ายทั้งในวันนี้ และอนาคต โดยเป็นโครงสร้างราคาพลังงานที่สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงและคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์มากที่สุด
2) ทำให้ได้รายงานความเห็นและข้อเสนอแนะเสนอต่อต่อหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจอันแท้จริงเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน
7. ผู้รับผิดชอบโครงการ คณะผู้จัดสัมมนาประกอบด้วยไตรภาคีสมาคม ได้แก่
1) สมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย
2) สถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค
3) สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคไทย
สรุป ประเมินผลส่ง 9 เม.ย.2556
8. ผู้ประสานงานโครงการ
ว่าที่ ร.อ.ภาดร ผลาพิบูลย์ หรือ นาง กสิณา สริจันทร์
องค์กร สมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย http://
www.tcda.or.thที่อยู่. 150/131/1 ถนน งามวงศ์วาน ตำบล บางเขน อำเภอ เมือง จังหวัด นนทบุรี 11000
โทร. 02 580 2000 โทรสาร. 02 580 2001
e-mail:
consumer@tcda.or.th /
tcda@windowslive.comThai Consumers Development Association (TCDA)
www.tcda.or.thสมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย (สพท) | Thai Consumers Development Association (TCDA)